Seagate รับเกม AI ด้วยฮาร์ดไดรฟ์จุสูงสุด 44TB ใหญ่สุดในวงการ ด้วยแพลตฟอร์ม Mozaic 4+
Body
โลกเทคโนโลยีตอนนี้อยู่ตรงไหน? ตัวเลขชุดนี้จาก IDC น่าจะเฉลยคำตอบให้เห็นได้ไม่น้อยเลย
ผู้นำองค์กรใหญ่ระดับ Enterprise ถึง 2 ใน 3 บอกว่าระบบจัดเก็บข้อมูลจะเติบโตในระดับปานกลางถึงสูงในช่วง 2 ปีข้างหน้า
สาเหตุเบื้องหลังเลขนี้คือเรื่องที่ใกล้ตัวทุกคนอย่าง Generative AI ที่ก้าวหน้าจนแทรกซึมเข้าไปอยู่ในหลากหลายแง่มุมของการทำงาน ทว่ามีแค่ 34.2% เท่านั้นที่เชื่อมั่นว่าโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรตัวเองพร้อมรับ GenAI ได้อย่างเต็มรูปแบบ และมี 38.4% ที่มองว่าองค์กรของตนอยู่ในสถานะแค่ 'เพียงพอ'
พูดง่าย ๆ คือเทคโนโลยีพัฒนาวันต่อวัน จนองค์กรที่พร้อมในวันนี้ก็อาจจะดีไม่พอในวันหน้า
เมื่อโลกเปลี่ยนผ่านสู่ระดับ Cloud-scale และ Edge Analytics แนวคิดด้านความจุแบบเดิมไม่สามารถรองรับการขยายตัวขององค์กรได้อีก ความจุที่มากพอเลยไม่ใช่แค่ปริมาณถังข้อมูลที่ใหญ่ขึ้น แต่ยังหมายรวมถึงประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานระดับลึกที่สุด
ปลดล็อกข้อจำกัดของ Data Center ด้วยความจุ 32TB และสถาปัตยกรรม CMR

ด้วยแนวโน้มด้านหน่วยความจำในปัจจุบันที่ท้าทายขึ้นเรื่อย ๆ Seagate จึงได้เปิดตัวฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุระดับ 32 เทราไบต์ (TB) เพื่อตอบโจทย์การขยายระบบ (Scale) ระดับองค์กร ซึ่งเป็นครั้งแรกของโลกที่ใช้เทคโนโลยี Conventional Magnetic Recording (CMR)
โดย CMR คือการเขียนข้อมูลลงไปในแทร็กข้อมูลที่ถูกจัดเรียงต่าง ๆ กันไป โดยมีการเว้นระยะห่างระหว่างแต่ละแทร็กเอาไว้ ดังนั้นเวลาที่จะมีการเขียนข้อมูลลงไปในแทร็ก ก็จะไม่กระทบอะไรกับแทร็กข้างเคียง ผลลัพธ์คือจะสามารถเขียนและลบข้อมูลได้เร็ว ตอบโจทย์งาน Workload หนัก ๆ ตลอดจนงาน Backup ข้อมูลมหาศาลขององค์กรใหญ่ ๆ ได้อย่างเสถียรและมีประสิทธิภาพ
เจาะ 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Seagate ตอบทุกโจทย์ขององค์กร
จุดได้เปรียบของฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่ของ Seagate ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณความจุที่ให้มาถึง 32TB เท่านั้น แต่ยังออกแบบเป็นมาเป็น 3 รุ่นเพื่อทำงานเฉพาะที่แตกต่างกันไป ได้แก่

ถ้า 32TB ยังไม่พอ Seagate ขอนำเสนอ Mozaic 4+
อีกหนึ่งท่าไม้ตายของ Seagate คือการเปิดตัวฮาร์ดไดรฟ์ Mozaic 4+ ที่ให้ความจุสูงสุดถึง 44TB ซึ่งถือว่ามีความจุสูงสุดในวงการ

แพลตฟอร์ม Mozaic ใช้เทคโนโลยี HAMR (Heat-Assisted Magnetic Recording) บันทึกข้อมูลลงบนจานด้วยเลเซอร์ขนาดเล็กช่วยให้สามารถอัดแน่นข้อมูลได้มากขึ้น
ถ้าตีเป็นตัวเลข เทคโนโลยี Mozaic ช่วยยกระดับประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานได้ราว 47% เมื่อเทียบกับฮาร์ดไดรฟ์มาตรฐานขนาด 30TB และช่วยลดพื้นที่ศูนย์ข้อมูลลงได้ประมาณ 100 ตารางฟุต ประหยัดพลังงานต่อปีได้ราว 0.8 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง
ซึ่งในระยะยาว Seagate บอกว่าประสิทธิภาพที่เพิ่มมาเหล่านี้จะทบต้นกลายเป็นข้อได้เปรียบทางเศรษฐศาสตร์ (TCO) ทำให้สามารถขยายระบบจัดเก็บข้อมูลได้โดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่ศูนย์ข้อมูลหรือการใช้พลังงานในสัดส่วนเดียวกัน ช่วยเพิ่มความจุต่อแร็กและต่อวัตต์ และลดต้นทุนรวมลง ช่วยให้การจัดเก็บและนำข้อมูลกลับมาใช้ใหม่มีความยั่งยืนในระดับ AI-scale
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจ
ปัจจุบัน ฮาร์ดดิสก์ 32TB CMR พร้อมวางจำหน่ายแล้วทั้งรุ่น Exos, SkyHawk AI และ IronWolf Pro ส่วนรุ่น Mozaic 4+ ความจุ 44TB ได้เริ่มจัดส่งเชิงพาณิชย์ในปริมาณมากให้กับผู้ให้บริการคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกลแล้ว
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
sponsored Fri, 27/03/2026 - 14:00
Continue reading...
Body
โลกเทคโนโลยีตอนนี้อยู่ตรงไหน? ตัวเลขชุดนี้จาก IDC น่าจะเฉลยคำตอบให้เห็นได้ไม่น้อยเลย
ผู้นำองค์กรใหญ่ระดับ Enterprise ถึง 2 ใน 3 บอกว่าระบบจัดเก็บข้อมูลจะเติบโตในระดับปานกลางถึงสูงในช่วง 2 ปีข้างหน้า
สาเหตุเบื้องหลังเลขนี้คือเรื่องที่ใกล้ตัวทุกคนอย่าง Generative AI ที่ก้าวหน้าจนแทรกซึมเข้าไปอยู่ในหลากหลายแง่มุมของการทำงาน ทว่ามีแค่ 34.2% เท่านั้นที่เชื่อมั่นว่าโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรตัวเองพร้อมรับ GenAI ได้อย่างเต็มรูปแบบ และมี 38.4% ที่มองว่าองค์กรของตนอยู่ในสถานะแค่ 'เพียงพอ'
พูดง่าย ๆ คือเทคโนโลยีพัฒนาวันต่อวัน จนองค์กรที่พร้อมในวันนี้ก็อาจจะดีไม่พอในวันหน้า
เมื่อโลกเปลี่ยนผ่านสู่ระดับ Cloud-scale และ Edge Analytics แนวคิดด้านความจุแบบเดิมไม่สามารถรองรับการขยายตัวขององค์กรได้อีก ความจุที่มากพอเลยไม่ใช่แค่ปริมาณถังข้อมูลที่ใหญ่ขึ้น แต่ยังหมายรวมถึงประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานระดับลึกที่สุด
ปลดล็อกข้อจำกัดของ Data Center ด้วยความจุ 32TB และสถาปัตยกรรม CMR

ด้วยแนวโน้มด้านหน่วยความจำในปัจจุบันที่ท้าทายขึ้นเรื่อย ๆ Seagate จึงได้เปิดตัวฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุระดับ 32 เทราไบต์ (TB) เพื่อตอบโจทย์การขยายระบบ (Scale) ระดับองค์กร ซึ่งเป็นครั้งแรกของโลกที่ใช้เทคโนโลยี Conventional Magnetic Recording (CMR)
โดย CMR คือการเขียนข้อมูลลงไปในแทร็กข้อมูลที่ถูกจัดเรียงต่าง ๆ กันไป โดยมีการเว้นระยะห่างระหว่างแต่ละแทร็กเอาไว้ ดังนั้นเวลาที่จะมีการเขียนข้อมูลลงไปในแทร็ก ก็จะไม่กระทบอะไรกับแทร็กข้างเคียง ผลลัพธ์คือจะสามารถเขียนและลบข้อมูลได้เร็ว ตอบโจทย์งาน Workload หนัก ๆ ตลอดจนงาน Backup ข้อมูลมหาศาลขององค์กรใหญ่ ๆ ได้อย่างเสถียรและมีประสิทธิภาพ
เจาะ 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Seagate ตอบทุกโจทย์ขององค์กร
จุดได้เปรียบของฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่ของ Seagate ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณความจุที่ให้มาถึง 32TB เท่านั้น แต่ยังออกแบบเป็นมาเป็น 3 รุ่นเพื่อทำงานเฉพาะที่แตกต่างกันไป ได้แก่
- Exos 32TB: เหมาะกับการใช้งานสำหรับ Enterprise และ Cloud Data Center เพราะด้วยเทคโนโลยี Mozaic จึงให้ความหนาแน่นของข้อมูลสูงที่สุดในฟอร์มแฟกเตอร์ 3.5 นิ้ว พร้อมลดการใช้พลังงานต่อเทราไบต์ ด้วยค่า MTBF 2.5 ล้านชั่วโมง ออกแบบมาเพื่อแอปพลิเคชัน AI ที่ใช้ข้อมูลเข้มข้น และช่วยให้องค์กรลด OpEx ได้มากขึ้น

- SkyHawk AI 32TB: เหมาะกับงานวิดีโอ และงาน AI Analytics ที่ Edge รุ่นนี้ถูกปรับจูนมาเพื่อระบบ NVR ที่ต้องบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงต่อเนื่อง และประมวลผล GPU Analytics ไปพร้อมกัน สามารถรองรับการวิเคราะห์วิดีโอได้กว่า 10,000 ชั่วโมง และรับเวิร์กโหลดได้หนักกว่าไดรฟ์ Surveillance ทั่วไปถึง 3 เท่า
- IronWolf Pro 32TB: สำหรับ NAS และงานครีเอทีฟ มาพร้อมเทคโนโลยี AgileArray ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนในเคสที่ใช้งานแบบหลายไดรฟ์ รองรับการทำงานหนักระดับ 550TB ต่อปี พร้อมระบบ Predictive Maintenance ผ่าน IronWolf Health Management รับประกัน 5 ปี และบริการกู้ข้อมูล 3 ปี
ถ้า 32TB ยังไม่พอ Seagate ขอนำเสนอ Mozaic 4+
อีกหนึ่งท่าไม้ตายของ Seagate คือการเปิดตัวฮาร์ดไดรฟ์ Mozaic 4+ ที่ให้ความจุสูงสุดถึง 44TB ซึ่งถือว่ามีความจุสูงสุดในวงการ

แพลตฟอร์ม Mozaic ใช้เทคโนโลยี HAMR (Heat-Assisted Magnetic Recording) บันทึกข้อมูลลงบนจานด้วยเลเซอร์ขนาดเล็กช่วยให้สามารถอัดแน่นข้อมูลได้มากขึ้น
ถ้าตีเป็นตัวเลข เทคโนโลยี Mozaic ช่วยยกระดับประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานได้ราว 47% เมื่อเทียบกับฮาร์ดไดรฟ์มาตรฐานขนาด 30TB และช่วยลดพื้นที่ศูนย์ข้อมูลลงได้ประมาณ 100 ตารางฟุต ประหยัดพลังงานต่อปีได้ราว 0.8 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง
ซึ่งในระยะยาว Seagate บอกว่าประสิทธิภาพที่เพิ่มมาเหล่านี้จะทบต้นกลายเป็นข้อได้เปรียบทางเศรษฐศาสตร์ (TCO) ทำให้สามารถขยายระบบจัดเก็บข้อมูลได้โดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่ศูนย์ข้อมูลหรือการใช้พลังงานในสัดส่วนเดียวกัน ช่วยเพิ่มความจุต่อแร็กและต่อวัตต์ และลดต้นทุนรวมลง ช่วยให้การจัดเก็บและนำข้อมูลกลับมาใช้ใหม่มีความยั่งยืนในระดับ AI-scale
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจ
ปัจจุบัน ฮาร์ดดิสก์ 32TB CMR พร้อมวางจำหน่ายแล้วทั้งรุ่น Exos, SkyHawk AI และ IronWolf Pro ส่วนรุ่น Mozaic 4+ ความจุ 44TB ได้เริ่มจัดส่งเชิงพาณิชย์ในปริมาณมากให้กับผู้ให้บริการคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกลแล้ว
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
- เว็บไซต์: Talk to an Expert ของ Seagate ASEAN หรือ Centercom
- ตัวแทนจำหน่าย: Synnex และ SiS Distribution
sponsored Fri, 27/03/2026 - 14:00
Continue reading...