เอกสารการเงิน OpenAI และ Anthropic มองต้นทุนการ Train AI ยังคงสูงต่อเนื่องอีกหลายปี
Body
The Wall Street Journal มีรายงานข้อมูลตัวเลขทางการเงินของสองสตาร์ทอัปปัญญาประดิษฐ์รายใหญ่คือ OpenAI และ Anthropic ซึ่งเป็นข้อมูลคาดการณ์รายได้ใน 5 ปีข้างหน้า ที่นำเสนอต่อนักลงทุนก่อนการเพิ่มทุนรอบใหม่ มีประเด็นน่าสนใจหลายอย่างเพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าต้นทุนการสร้าง AI นั้นสูงมาก จนเกิดความกังวลว่ารายได้จะสามารถเติบโตทันหรือไม่ ขณะเดียวกันมุมมองทางการเงินสองบริษัทก็ต่างกันพอสมควร
ประเด็นแรกคือต้นทุนการฝึกฝนโมเดล (Training) ซึ่งทั้งสองบริษัทมองต้นทุนส่วนนี้จะสูงขึ้นทุกปี โดย OpenAI คาดว่าปี 2028 ต้นทุนจะสูงถึง 1.21 แสนล้านดอลลาร์ ส่วน Anthropic ให้ตัวเลขปี 2029 ที่ประมาณ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่การเติบโตของรายได้นั้น OpenAI มองรายได้จะเติบโตเท่าตัว (100%) ต่อเนื่องทุกปีจนถึง 2028 และเริ่มเป็นอัตราที่ลดลง ขณะที่ Anthropic มอง 2025 เป็นปีสุดท้ายที่จะมีรายได้โตแบบเท่าตัว หลังจากนั้นจะอยู่ระดับเลขสองหลัก
มีต้นทุน มีรายได้ ก็มาหักลบกันเป็นกำไร ข้อมูลที่ทั้ง OpenAI กับ Anthropic เลือกนำเสนอนั้นน่าสนใจเพราะต่างแยกคิดเป็นสองวิธี แบบแรกมองหักลบกันตรง ๆ OpenAI คาดว่าจะเริ่มมีกำไรในปี 2030 ส่วน Anthropic เป็นปี 2028 ส่วนอีกวิธีนั้นให้มองโดยตัดส่วน "ต้นทุนฝึกฝนโมเดลสำหรับการวิจัย" ออกไป ทำให้ต้นทุนรวมลดลง กรณีนี้ทั้ง OpenAI กับ Anthropic คาดว่าจะเริ่มเท่าทุน (break-even) ได้ตั้งแต่ปี 2026
การมองโครงสร้างที่มารายได้สองบริษัทนั้นต่างกัน OpenAI มองแนวโน้มรายได้อย่างละครึ่งมาจากกลุ่มลูกค้าบุคคล (consumer) กับลูกค้าองค์กร (enterprise) รวมถึงมองไปข้างหน้าว่าจะมีรายได้จากธุรกิจใหม่เป็นอัตราส่วนสำคัญ ขณะที่ Anthropic มองแนวโน้มรายได้ 80-90% ของรายได้ทั้งหมดจะมาจากลูกค้าองค์กรเป็นหลัก นอกจากนี้ทั้งสองบริษัทยังประเมินต้นทุนการทำอนุมาน (Inference) ซึ่งเป็นส่วนที่แปนผันตามปริมาณผู้ใช้งาน อยู่ที่ประมาณครึ่งหนึ่งของรายได้
ที่มา: The Wall Street Journal
arjin Mon, 06/04/2026 - 23:34
Continue reading...
Body
The Wall Street Journal มีรายงานข้อมูลตัวเลขทางการเงินของสองสตาร์ทอัปปัญญาประดิษฐ์รายใหญ่คือ OpenAI และ Anthropic ซึ่งเป็นข้อมูลคาดการณ์รายได้ใน 5 ปีข้างหน้า ที่นำเสนอต่อนักลงทุนก่อนการเพิ่มทุนรอบใหม่ มีประเด็นน่าสนใจหลายอย่างเพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าต้นทุนการสร้าง AI นั้นสูงมาก จนเกิดความกังวลว่ารายได้จะสามารถเติบโตทันหรือไม่ ขณะเดียวกันมุมมองทางการเงินสองบริษัทก็ต่างกันพอสมควร
ประเด็นแรกคือต้นทุนการฝึกฝนโมเดล (Training) ซึ่งทั้งสองบริษัทมองต้นทุนส่วนนี้จะสูงขึ้นทุกปี โดย OpenAI คาดว่าปี 2028 ต้นทุนจะสูงถึง 1.21 แสนล้านดอลลาร์ ส่วน Anthropic ให้ตัวเลขปี 2029 ที่ประมาณ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่การเติบโตของรายได้นั้น OpenAI มองรายได้จะเติบโตเท่าตัว (100%) ต่อเนื่องทุกปีจนถึง 2028 และเริ่มเป็นอัตราที่ลดลง ขณะที่ Anthropic มอง 2025 เป็นปีสุดท้ายที่จะมีรายได้โตแบบเท่าตัว หลังจากนั้นจะอยู่ระดับเลขสองหลัก
มีต้นทุน มีรายได้ ก็มาหักลบกันเป็นกำไร ข้อมูลที่ทั้ง OpenAI กับ Anthropic เลือกนำเสนอนั้นน่าสนใจเพราะต่างแยกคิดเป็นสองวิธี แบบแรกมองหักลบกันตรง ๆ OpenAI คาดว่าจะเริ่มมีกำไรในปี 2030 ส่วน Anthropic เป็นปี 2028 ส่วนอีกวิธีนั้นให้มองโดยตัดส่วน "ต้นทุนฝึกฝนโมเดลสำหรับการวิจัย" ออกไป ทำให้ต้นทุนรวมลดลง กรณีนี้ทั้ง OpenAI กับ Anthropic คาดว่าจะเริ่มเท่าทุน (break-even) ได้ตั้งแต่ปี 2026
การมองโครงสร้างที่มารายได้สองบริษัทนั้นต่างกัน OpenAI มองแนวโน้มรายได้อย่างละครึ่งมาจากกลุ่มลูกค้าบุคคล (consumer) กับลูกค้าองค์กร (enterprise) รวมถึงมองไปข้างหน้าว่าจะมีรายได้จากธุรกิจใหม่เป็นอัตราส่วนสำคัญ ขณะที่ Anthropic มองแนวโน้มรายได้ 80-90% ของรายได้ทั้งหมดจะมาจากลูกค้าองค์กรเป็นหลัก นอกจากนี้ทั้งสองบริษัทยังประเมินต้นทุนการทำอนุมาน (Inference) ซึ่งเป็นส่วนที่แปนผันตามปริมาณผู้ใช้งาน อยู่ที่ประมาณครึ่งหนึ่งของรายได้
ที่มา: The Wall Street Journal
arjin Mon, 06/04/2026 - 23:34
Continue reading...