Felix Rieseberg พนักงานระดับผู้จัดการวิศวกร (engineering manager) ของ Anthropic เปิดเผยผ่านบล็อกส่วนตัวว่า เขาเลิกใช้วิธีสัมภาษณ์พนักงานด้วยการให้ทำโจทย์เขียนโค้ดแล้ว
Rieseberg บอกว่าการให้ผู้สมัครทำโจทย์เขียนโค้ด เคยมีประโยชน์ตรงที่ช่วยพยากรณ์ว่าผู้สมัครคนนั้นจะประสบความสำเร็จในทีมของเขา ส่วนการเขียนโค้ดจริงก็ช่วยบอกความสามารถของผู้สมัครได้ดีเช่นกัน
แต่เมื่อ Claude เขียนโค้ดได้ดีกว่าผู้สมัครงานไปเรียบร้อยแล้ว การทดสอบแบบนี้ตอนสัมภาษณ์งานจึงหมดประโยชน์ไปในทันที
Rieseberg บอกว่าตอนนี้ การวัดว่าใครวิศวกรที่ดี ไม่ได้ดูจากการทำโจทย์เขียนโค้ดได้ดีกว่ากัน ไม่ได้ดูจากประสบการณ์การใช้เฟรมเวิร์คหรือไลบรารีที่ยาวนานกว่า และเขาเห็นวิศวกรหน้าใหม่ๆ สามารถแซงหน้าพนักงานที่เขียนโค้ดเก่งกว่า หรืออยู่มานานกว่าแล้ว เพราะ "ความกระหายเอาชนะอายุงาน" (hunger beats tenure)
เขาไม่ได้บอกตรงๆ ว่าเปลี่ยนวิธีสัมภาษณ์ผู้สมัครอย่างไร เพราะบอกว่ากำลังค้นหาวิธีสัมภาษณ์คนที่เก่งเรื่องการสร้างสิ่งต่างๆ ด้วย AI อยู่เช่นกัน ซึ่งวิธีหนึ่งที่เขาใช้คือการดูใน resume ว่าเรามีผลงานสร้างของต้นแบบ (prototype) ที่แสดงให้เห็นรสนิยม ความเข้าใจผู้ใช้ และการคิดแบบมีหลักการหรือไม่
เขายังแนะนำพนักงานหน้าใหม่ๆ ให้ใช้ "ความสด" ใช้โอกาสที่ยังไม่คุ้นเคยกับที่ทำงานใหม่ ตั้งคำถามกับสิ่งที่พนักงานเก่าๆ ไม่เคยกล้าถาม และอาจนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงได้ ความสดใหม่นี้ถือเป็นข้อได้เปรียบของพนักงานใหม่ เหนือกว่าพนักงานเก่าที่คุ้นชินกับธรรมเนียมปฏิบัติเดิมๆ
นอกจากนั้น เขาแนะนำให้พนักงานรุ่นใหม่ๆ เลือกทำงานจากขนาดของผลที่จะเกิดขึ้น (business impact) โดยต้องเข้าใจก่อนว่าองค์กรกำลังพยายามทำอะไร และทำความเข้าใจว่าหัวหน้าของเรามีเป้าหมายอย่างไร จากนั้นหาไอเดียที่ฉีกแนว แต่ถ้าทำสำเร็จแล้วจะเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงมาลองทำดู
ที่มา - Felix Rieseberg

mk Fri, 30/10/2026 - 21:20
Continue reading...
Rieseberg บอกว่าการให้ผู้สมัครทำโจทย์เขียนโค้ด เคยมีประโยชน์ตรงที่ช่วยพยากรณ์ว่าผู้สมัครคนนั้นจะประสบความสำเร็จในทีมของเขา ส่วนการเขียนโค้ดจริงก็ช่วยบอกความสามารถของผู้สมัครได้ดีเช่นกัน
แต่เมื่อ Claude เขียนโค้ดได้ดีกว่าผู้สมัครงานไปเรียบร้อยแล้ว การทดสอบแบบนี้ตอนสัมภาษณ์งานจึงหมดประโยชน์ไปในทันที
Rieseberg บอกว่าตอนนี้ การวัดว่าใครวิศวกรที่ดี ไม่ได้ดูจากการทำโจทย์เขียนโค้ดได้ดีกว่ากัน ไม่ได้ดูจากประสบการณ์การใช้เฟรมเวิร์คหรือไลบรารีที่ยาวนานกว่า และเขาเห็นวิศวกรหน้าใหม่ๆ สามารถแซงหน้าพนักงานที่เขียนโค้ดเก่งกว่า หรืออยู่มานานกว่าแล้ว เพราะ "ความกระหายเอาชนะอายุงาน" (hunger beats tenure)
เขาไม่ได้บอกตรงๆ ว่าเปลี่ยนวิธีสัมภาษณ์ผู้สมัครอย่างไร เพราะบอกว่ากำลังค้นหาวิธีสัมภาษณ์คนที่เก่งเรื่องการสร้างสิ่งต่างๆ ด้วย AI อยู่เช่นกัน ซึ่งวิธีหนึ่งที่เขาใช้คือการดูใน resume ว่าเรามีผลงานสร้างของต้นแบบ (prototype) ที่แสดงให้เห็นรสนิยม ความเข้าใจผู้ใช้ และการคิดแบบมีหลักการหรือไม่
เขายังแนะนำพนักงานหน้าใหม่ๆ ให้ใช้ "ความสด" ใช้โอกาสที่ยังไม่คุ้นเคยกับที่ทำงานใหม่ ตั้งคำถามกับสิ่งที่พนักงานเก่าๆ ไม่เคยกล้าถาม และอาจนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงได้ ความสดใหม่นี้ถือเป็นข้อได้เปรียบของพนักงานใหม่ เหนือกว่าพนักงานเก่าที่คุ้นชินกับธรรมเนียมปฏิบัติเดิมๆ
นอกจากนั้น เขาแนะนำให้พนักงานรุ่นใหม่ๆ เลือกทำงานจากขนาดของผลที่จะเกิดขึ้น (business impact) โดยต้องเข้าใจก่อนว่าองค์กรกำลังพยายามทำอะไร และทำความเข้าใจว่าหัวหน้าของเรามีเป้าหมายอย่างไร จากนั้นหาไอเดียที่ฉีกแนว แต่ถ้าทำสำเร็จแล้วจะเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงมาลองทำดู
ที่มา - Felix Rieseberg

mk Fri, 30/10/2026 - 21:20
Continue reading...