Windows 11 เพิ่มฟีเจอร์ Hybrid Intelligence เชื่อมต่อโมเดลในเครื่อง-บนคลาวด์
Body
ไมโครซอฟท์เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ของ Windows 11 ชื่อว่า Hybrid Intelligence เป็นการเชื่อมโมเดล AI แบบรันภายในเครื่อง (on-device) ให้ทำงานกับโมเดล AI ที่รันผ่านคลาวด์ได้ดีขึ้น
แกนหลักของฟีเจอร์นี้คือ Microsoft Execution Containers (MXC) เป็นเทคโนโลยีที่นำ agent ไปรันใน sandbox หรือ container เพื่อจำกัดสิทธิด้านความปลอดภัย กำหนดไฟล์ที่ agent สามารถเข้าถึงได้ โดยเบื้องหลังรองรับ container หลากหลายประเภท เช่น WSLc, ProcessContainer, Windows Sandbox หรือแม้กระทั่งการรันใน VM แบบดั้งเดิม เทคโนโลยี MXC ยังใช้ได้กับระบบปฏิบัติการอื่น เช่น ลินุกซ์ (bubblewrap, LXC) หรือ แมค (Seatbelt) ได้ด้วย
ไมโครซอฟท์ได้พันธมิตรมาร่วมสนับสนุน MXC จำนวนมาก ตอนนี้ agent ที่รันได้แล้วคือ OpenAI Codex, GitHub Copilot, OpenClaw, Replit, LM Studio, NVIDIA OpenShell, Unsloth AI ส่วนผู้ยิ่งใหญ่รายอื่นอย่าง Claude Code และ Hermes ก็ประกาศรองรับแล้ว


การใช้งาน Hybrid Intelligence รองรับในแอพหลายตัว เช่น Copilot ตัวใหม่ที่มีฟีเจอร์ Autopilot, Microsoft Agent 365 สำหรับงานฝั่งองค์กร หรือถ้าเป็นงานที่เน้นเขียนโค้ด ไมโครซอฟท์ออก โมเดล MAI-Code-1.1-Flash ที่รัน local ในเครื่องสเปกสูงหน่อยมาให้ แต่ก็มีทางเลือกอื่นให้ด้วย คือ NVIDIA Nemotron 70B เวอร์ชันบีบอัดให้ใช้แรม 20GB และ DeepSeek V4 Flash ขนาด 284B
เมื่อโมเดลในเครื่องเริ่มไม่พอใจใช้งาน ก็สามารถเชื่อมต่อไปยังโมเดลบนคลาวด์ผ่าน GitHub HydraFusion ที่นิยามด้วยเองว่าเป็น multi-model orchestration ทำหน้าที่จัดเส้นทาง (routing) ไปยังโมเดลตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ให้อัตโนมัติ
ก่อนหน้านี้ HydraFusion รองรับเฉพาะการสลับโมเดลบนคลาวด์ แต่ตอนนี้รองรับการทำงานแบบ on-device แล้ว และจะถูกผนวกเข้ามาสู่ GitHub Copilot app, GitHub Copilot CLI, Visual Studio Code ภายในเดือนตุลาคมนี้

ฟีเจอร์ Hybrid Intelligence ออกแบบมาสำหรับพีซีที่สามารถรัน AI แบบ local ได้ เช่น Copilot+ PC ที่มี NPU, พีซีกลุ่มที่ใช้ชิป RTX Spark หรือถ้าเงินเหลือๆ จะใช้กับ DGX Station ก็ได้เช่นกัน
ที่มา - Microsoft, Microsoft
mk Thu, 08/10/2026 - 13:20
Continue reading...
Body
ไมโครซอฟท์เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ของ Windows 11 ชื่อว่า Hybrid Intelligence เป็นการเชื่อมโมเดล AI แบบรันภายในเครื่อง (on-device) ให้ทำงานกับโมเดล AI ที่รันผ่านคลาวด์ได้ดีขึ้น
แกนหลักของฟีเจอร์นี้คือ Microsoft Execution Containers (MXC) เป็นเทคโนโลยีที่นำ agent ไปรันใน sandbox หรือ container เพื่อจำกัดสิทธิด้านความปลอดภัย กำหนดไฟล์ที่ agent สามารถเข้าถึงได้ โดยเบื้องหลังรองรับ container หลากหลายประเภท เช่น WSLc, ProcessContainer, Windows Sandbox หรือแม้กระทั่งการรันใน VM แบบดั้งเดิม เทคโนโลยี MXC ยังใช้ได้กับระบบปฏิบัติการอื่น เช่น ลินุกซ์ (bubblewrap, LXC) หรือ แมค (Seatbelt) ได้ด้วย
ไมโครซอฟท์ได้พันธมิตรมาร่วมสนับสนุน MXC จำนวนมาก ตอนนี้ agent ที่รันได้แล้วคือ OpenAI Codex, GitHub Copilot, OpenClaw, Replit, LM Studio, NVIDIA OpenShell, Unsloth AI ส่วนผู้ยิ่งใหญ่รายอื่นอย่าง Claude Code และ Hermes ก็ประกาศรองรับแล้ว


การใช้งาน Hybrid Intelligence รองรับในแอพหลายตัว เช่น Copilot ตัวใหม่ที่มีฟีเจอร์ Autopilot, Microsoft Agent 365 สำหรับงานฝั่งองค์กร หรือถ้าเป็นงานที่เน้นเขียนโค้ด ไมโครซอฟท์ออก โมเดล MAI-Code-1.1-Flash ที่รัน local ในเครื่องสเปกสูงหน่อยมาให้ แต่ก็มีทางเลือกอื่นให้ด้วย คือ NVIDIA Nemotron 70B เวอร์ชันบีบอัดให้ใช้แรม 20GB และ DeepSeek V4 Flash ขนาด 284B
เมื่อโมเดลในเครื่องเริ่มไม่พอใจใช้งาน ก็สามารถเชื่อมต่อไปยังโมเดลบนคลาวด์ผ่าน GitHub HydraFusion ที่นิยามด้วยเองว่าเป็น multi-model orchestration ทำหน้าที่จัดเส้นทาง (routing) ไปยังโมเดลตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ให้อัตโนมัติ
ก่อนหน้านี้ HydraFusion รองรับเฉพาะการสลับโมเดลบนคลาวด์ แต่ตอนนี้รองรับการทำงานแบบ on-device แล้ว และจะถูกผนวกเข้ามาสู่ GitHub Copilot app, GitHub Copilot CLI, Visual Studio Code ภายในเดือนตุลาคมนี้

ฟีเจอร์ Hybrid Intelligence ออกแบบมาสำหรับพีซีที่สามารถรัน AI แบบ local ได้ เช่น Copilot+ PC ที่มี NPU, พีซีกลุ่มที่ใช้ชิป RTX Spark หรือถ้าเงินเหลือๆ จะใช้กับ DGX Station ก็ได้เช่นกัน
ที่มา - Microsoft, Microsoft
mk Thu, 08/10/2026 - 13:20
Continue reading...